อาหารเสริมทารก 9 -10 เดือน เมนูข้าวกล้องบดฟักทองปลากะพง


อาหารเสริมทารก 9 -10 เดือน เมนูข้าวกล้องบดฟักทองปลากะพง

คุณแม่คุณพ่อรู้ไหมว่า การให้ลูกน้องกินอาหารเสริมนั้นนอกจากประโยชน์จากการเติบโตสมวัยแล้ว ยังเป็นการสร้างนิสัยการกินที่ดี และป้องกันโรคในระยะยาวอีกด้วย

-  เพื่อการเติบโตอย่างสมวัยและพัฒนาการที่ดีตามศักยภาพตามพันธุกรรม คุณรู้หรือไม่ว่าทารกต้องการพลังงานมากกว่าผู้ใหญ่อย่างเราๆ เสียอีกเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว  ทำไมหรอก็เพราะว่าทารกมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างรวดเร็วกว่าวัยอื่น


- ส่งเสริมภาวะโภชนาการที่ดีต่อลูกน้อย การที่เด็กได้รับสารอาหารตามวัย นอกจากไม่เกิดโรคขาดสารอาหารแล้ว ยังส่งผมดีต่อเซลล์สมองที่จะพัฒนาได้ดีกว่าเด็กวัยเดียวกันที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และยังมีผลต่ออารมณ์ รวมทั้งไม่เกิดภาวะโภชนาการเกินอย่างโรคอ้วนอีกด้วย

เมื่อทราบอย่างงี้แล้ว ก็วนกลับมาที่เมนูวันนี้ดีกว่าเดี๋ยวจะออกทะเลวิชาการไปมากกว่านี้ หลายคนจะพลอยเบื่อไปเสียก่อนกับ เมนูข้าวกล้องบดฟักทองปลากะพง  แนะนำสำหรับเด็กอายุประมาณ 10-12 เดือน

ส่วนผสมก็ไม่มีอะไรมาก แค่ชื่อก็แทบบอกส่วนผสมหมดแล้ว 


1. ข้าวสวยกล้อง 3-4 ช้อนโต๊ะ
2. ฟักทองนึ่งบด 2 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำซุป 1 ถ้วยตวง
4. เนื้อปลากะพงต้มหรือนึ่ง สุก ยีละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำก็ไม่มีอะไรยาก ง่ายมากๆ ด้วยซ้ำ
1.นำข้าวสวยกล้องผสมกับฟักทองนึ่งบด แล้วยีให้เข้ากัน
2. เติมน้ำซุปลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำไปนึ่งหรืออบต่ออีกประมาณ 5 นาที
3. เมื่อสุกแล้ว ยีเนื้อปลาโรยหน้าข้าว
4. สามารถเพิ่มความคล่องคอด้วยน้ำซุปผักเปื่อยๆ หรือจะใส่ผักสับละเอียดเข้าไปด้วยก็ได้ จะทำให้ได้สารอาหารจากผักใบเขียวดียิ่งขึ้น

คุณแม่สามารถใช้เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ ได้ในวัยนี้ ยกเว้นอาหารทะเลประเภทมีเปลือก เพราะอาจจะทำให้ลูกแพ้อาหารได้อย่างที่เตือนๆ ไปก่อนหน้านี้ เรื่องนี้ต้องระวังเลยนะครับ รอบหน้าจะย้ำถึงการให้อาหารเสริมอย่างถูกต้องและสังเกตอาการแพ้ใครที่ยังไม่ทราบก็รอติดตามกันนะครับ




ความสำคัญของอาหารเสริมสำหรับทารก


ความสำคัญของอาหารเสริมสำหรับทารก โจ๊กข้าวกล้อง 9-10 เดือน

หากพูดถึงเรื่องของอาหารเสริมสำหรับทารกแล้ว ใช่ว่าอาหารเสริมจะมีผลแค่กับการเจริญเติบโตของลูกน้อยเท่านั้น ยังส่งผลต่อขนาด และจำนวนเซลสมองของลูกด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุให้ทารกมีพัฒนาการช้ากว่าปกติ ยิ่งไปกว่านั้นหากลูกได้รับสารอาหารไม่เพียงพออย่างรุนแรงในช่วงแรกของวัยจะมีผลต่อสติปัญญาถาวรเลยทีเดียว เปรียบเหมือนสมองมีรอยแผลเป็น เนื่องจากโรคขากสารอาหารในวัยเด็ก ซึ่งในทางตรงข้ามถ้าเขาได้กินนมแม่ร่วมกับอาหารเสริมตามวัย จะมีผลต่อการเจริญเติมโตและพัฒนาการที่ดีอย่างเห็นได้ชัด


นอกเรื่องมากแล้วมาเข้าเรื่องเมนูอาหารเสริมดีกว่า เริ่มกันเลย กันอาหารเสริมลูกน้อยวัย 9-10 เดือน ในเมนูข้าวต้มหลากสี ส่วนผสมนี้สำหรับ 1 มื้อหากจะทำ 2 มื้อก็ปรับสูตรคูณสองเข้าไปเลยเพิ่มได้ตามสบาย

ส่วนผสมมีดังนี้ครับ

1.  ข้าวกล้องหอมมะลิ, ข้าวกล้องหอมนิล, ข้าวกล้องมันปู อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ
2. แครอตหั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ 1-2 ช้อนโต๊ะ
3. เนื้อไก่หรือเนื้อหูสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำก็แสนง่ายมากๆ 

1.นำข้าวกล้องทั้ง 3 ชนิดผสมรวมกัน แล้วต้มในน้ำสะอาดจนข้าวสุก
2. ใส่แครอทหั่นเต๋าลงไปเคี่ยวจนข้าวและแครอทยุ่ยเป็นเนื้อเดียวกัน
3. เติมเนื้อไก่ หรือหมูสับละเอียด
4. มั่นคนบ่อย แล้วต้มจนเนื้อไก่สุกเป็นอันเสร็จครับ

อาจให้บร๊อคโคลี่สีเขียวแทนแครอท ได้เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารที่หลากหลายจากอาหารเสริมเมนูนี้ เพื่อเพิ่มให้หน้าตาข้าวต้มดูน่ากินขึ้น เห็นไหมว่าอาหารเสริมเจ้าตัวเล็กนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย คุณแม่คุณพ่อลองทำเมนูนี้ดูนะครับ รัยลองเลยว่าทำงายถูกใจลูกน้อยแน่นอน




น้ำเย็นสาเหตุให้น้ำนมลด ท่อนมอุดตันจริงหรือ







หลายคนคงเคยได้รับข้อความประมาณนี้ "น้ำเย็นทำให้น้ำนมลด ท่อน้ำนมอุดตัน หม้าแม่ให้นมกินเด็ดขาด" แล้วเรื่องจริงละมันเป็นอย่างไร น้ำเย็นมีผลขนาดนั้นเลยหรอ


เปล่าเลยครับข้อความทั้งหมด เป็นแค่ข้อความที่เขียนขึ้นมาลอยๆ โดยที่ไม่มีการทดสอบทดลองและผลไม่เป็นจริง จริงๆ แล้วสาเหตุของน้ำนมลดนั้นอาจมีหลายสาเหตุ อย่างกินยาบางตัวอย่าง ยาลดน้ำมูก กินน้ำไม่พอ กินอาหารไม่มีประโยชน์ ไม่ให้ลูกดูดเต้า ไม่มีมีการปั้มหรือแม้แต่ปล่อยให้เต้าคัดนานๆ ทั้งหมดล้วนเป็นสาเหตุของน้ำนมลดลงทั้งสิ้น

แต่ท่อน้ำนมอุดตันนั้นสาเหตุไม่ได้มาจากน้ำเย็นแต่อย่างใด แต่เกิดจากคุณแม่เองที่กินอาหารบางอย่าง ของหวานๆ มันๆ ขนมนมเนย ล้วนเป็นสาเหตุของท่อน้ำนมอุดตัน น้ำนมหด นมตัน ปั๊มไม่ออก

อากาศร้อนๆ อย่างนี้ใครอยากจะลองทดสอบก็ลองได้เลยรับลองว่าไม่มีผล แน่นอน น้ำเปล่าเย็นๆ ดื่มได้เต็มที่ดื่มให้ชื่นใจ จะได้ไม่ขาดน้ำอากาศร้อนได้ขนาดนี้ น้ำแข็ง ไอติมหวานเย็นที่ไร้นมเนย จัดไปได้ตามสบาย ไม่ต้องกลัวว่านมจะลด ท่อน้ำนมอุดตัน ไม่มีปัญหาแน่

ใครที่มีข้อสงสัยก็ฝากคำถามไว้ได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นแฟนเพจ blogger และเว็บนี้ ก็เหมือนกัน




ข้าวบดตับไก่-เต้าหู้ เมนูอาหารเสริมสำหรับเด็ก 7-8 เดือน



เมนูอาหารเสริมสำหรับเด็ก 7-8 เดือน อาหารเสริมที่ทำง่ายคุณๆ ก็ทำได้ 

จากโพสที่แล้วลูกน้อยก็จะอายุย่างเข้าเดือนที่ 8 แบบเต็มตัวการกินก็คงจะกินเก่งขึ้น และเมนูก็น่าจะหลากหลายขึ้น เปลี่ยนอาหารบ่อยขึ้นได้อีกช่วงนี้ ซัก 4 วันเปลี่ยนหากเป็นอาหารเดิมที่เคยกินแล้วไม่แพ้ก็เปลี่ยนทุกวันเลยก็ได้แต่หากมีส่วนผสมใหม่เข้ามาให้คงที่ไว้ที่ 4 วันเปลี่ยนครั้งหนึ่งเพื่อสังเกตุอาการแพ้ 

หลักการปรุงอาหารให้กับลูกน้อย

จริงๆ แล้วไม่มีหลักการอะไรมากมาย อยากให้ลูกน้อยกินอะไรก็เติมลงไป ใส่ลงไป บดให้เป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ต้องละเอียดมากเหมือนตอนเริ่มอาหารเสริมแรกๆ เท่านั้นเอง เห็นไหมไม่มีหลักการอะไรเลย แต่ก็มีอีกอย่างที่เรียกว่าเป็นส่วยผสมพิเศษ น้ำมันพืชนั่นเอง ใส่ทำไม เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนนั่งเอง คาร์โบไฮเดรต, ไขมัน, โปรตีน และวิตมินจากผัก เห็นไหมว่าครบแต่ไม่ห้าหมู่ เสริมแอปเปิ้ลได้นะครับ เดียวรอบหน้าจะหาสูตรที่เติมผลไม้ลงไปมาให้แม่ๆ ทั้งหลาย ได้ศึกษากัน

เมนูพิเศษสำหรับเด็กวันนี้ ขอเสนอ เมนูที่เหมาะกับลูกน้อยนั่นคือ เมนูข้าวบดตับไก่-เต้าหู้ เห็นไหมว่าเปลี่ยนจากไข่แดงเป็นตับ และมีเต้าหู้ไข่ไก่เพราะลูกกินไข่แล้วไม่แพ้ ตามสูตรเพิ่ม
มีส่วนผสมที่สำคัญดังนี้  (ต่อ 1 มื้อ) หากจะทำสองมื้อก็ปรับเพิ่มเอานะครับ
       - ข้าวสวย 4 ช้อนกินข้าว
       - น้ำแกงจืด 10 ช้อนกินข้าว
       - ตับไก่ต้มสุก (บดละเอียด) ¼ ช้อนกินข้าว
       - เต้าหู้หลอดไข่ไก่ต้มสุก 2 ช้อนกินข้าว
       - ผักหวานต้มสุก หากไม่มีใช้ตำลึงเหมือนเดิมได้ บัญเอิญว่าฤดูนี้หาง่าย (บดหรือหั่นละเอียด) 1 ½ ช้อนกินข้าว
       - น้ำมันพืช ½ ช้อนชา 

จริงๆ แล้วเรื่องผักที่เติมท่านสามารถปรับได้ตามใจเลยขอแค่เป็นผักที่ไม่มีกลิ่นฉุน เหม็น เดี๋ยวลูกจะไม่ยอมกินและเห็นผักที่สีเดียวกันจะพลอยไม่กิน อาหารจานนี้ให้พลังงานทั้งหมด 106 กิโลแคลอรี และจะได้โปรตีน 4.0 กรัม โดยความเข้มข้นของพลังงานอยู่ที่ 0.66 กิโลแคลอรีต่อกรัม และสัดส่วนของพลังงานที่ได้รับจาก คาร์โบไฮเดรต : ไขมัน : โปรตีน เท่ากับ 52 : 33 : 15
ผลเป็นยังไงเจ้าตัวเล็กชอบไม่ชอบยังไงก็โพสบอกผมตัวละกัน สามารถใช้ไอดีของ Gmail โพสได้เลยครับ อีกทางคือ Fanpage Facebook ก็สามารถกดไลน์และไปโพสฝากปัญหากับได้ ส่วนอาหารเสรอมสำเร็จรูปไม่แนะนำแต่ว่าหากจะหาซื้อมาติดบ้านไว้ฉุกเฉินก็ไม่เป็นไร ไม่เหมือนนมที่ผมห้ามเด็ดขาด 




เมนูข้าวบดปลา-ฟักทอง อาหารเสริมสำหรับเด็กทารกวัย 7-8 เดือน





ข้าวบดปลา-ฟักทอง อีกหนึ่งเมนูอาหารสำหรับเด็กทารกวัย 7-8 เดือน

เด็กวัยนี้นอกจากนมแม่แล้วยังต้องการอาหารเสริมอีก 2 มื้อเริ่มเพิ่มมาแล้วจากเดิม 1 มื้อ การเลือกอาหารที่จำเป็นสำหรับทารกวัยนี้ เขาควรได้รับโภชนาการที่ดี และอาหารหลัดคือ ข้าว ที่ให้ คาร์โบไฮเดรต นั้นเอง แต่ต้องมีการเติมคุณค่า ทางอาหารด้วย โดยการใส่ผักใบเขียว เหลือง หรือส้มที่อ่อนนุ่ม เคี้ยวง่าย กลิ่นไม่ฉุน 1-2 ช้อนกินข้าว ผสมกับอาหารที่มีโปรตีนเข้มข้น แต่อ่อนนุ่มบดง่าย เช่น ไข่แดง ตับไก่ เต้าหู้อ่อน และปลา หมุนเวียนสลับกันไป นอกจากนี้คุณแม่ควรเหยาะน้ำมันพืช ประมาณครึ่งช้อนชาในอาหารที่ปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันและเพิ่มความเข้มข้นของพลังงานที่จะได้รับ อย่างที่บอไปก่อนหน้านี้

เมนูอาหารสำหรับเด็กวันนี้ขอเสนอเป็นเมนูปลาละกัน แต่เมนูปลายังไม่ต้องเป็นปลาทะเลนะครับ รอ 10 เดือนค่อยเริ่มปลาทะเล ไม่ต้องกังวลกันสารอาหารที่จะได้รับ แม่พ่อทุกท่านคงทราบว่าประทะเลจะมีไขมันดีที่ชื่อว่า โอเมก้า 3, 6, 9 ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อลูกน้อยมีส่วยช่วยในการพัฒนาสมอง แต่ท่านรู้หรือไม่ว่า ปลาน้ำจืดก็มีเหมือนกัน และดีกว่าตรงที่จะมีอาการแพ้ได้อยากกว่าปลาทะเล เห็นไหมละว่าปลาน้ำจืดนะดีนะใช่ว่าไม่ดี ลูกไม่จำเป็นต้องกิน แซวมอล แต่อย่างใด ปลาน้ำจืดมีให้เลือกหลากหลาย ปลานิล ปลาช่อน ปลาสวาย ปลาดุก เลือกได้ตามสบายหรือจะเป็นปลาอื่นๆ ก็ได้ขอแค่ระยะนี้เป็นปลาน้ำจืด แต่การประกอบอาหารให้เด็กเล็กด้วยเมนูปลาให้ระวังก้าง
มาดูส่วนประกอบ ตกลงเขาเรียกประกอบหรือผสมกันแน่ ช่างเหอะมาดูละกัน

เมนูข้าวบดปลา-ฟักทอง   

       มีส่วนประกอบที่สำคัญดังต่อไปนี้ (ต่อ 1 มื้อ)
       - ข้าวสวย 4 ช้อนกินข้าว
       - น้ำแกงจืดหรือน้ำซุปกระดูกหมู 10 ช้อนกินข้าว
       - เนื้อปลา 1 ½ ช้อนกินข้าว จะปลาอะไรตามใจเลยคิดว่าอร่อยใส่ได้หมด ต้ม นึ่ง ทอด เติมได้หมดระวังเรื่องก้างให้ดีจบ
       - ฟักทองต้มสุก บดละเอียด 1 ½ ช้อนกินข้าว
       - น้ำมันพืช ½ ช้อนชา พระเอกของเรา

       อาหารจานนี้ให้พลังงานทั้งหมด 122 กิโลแคลอรี โปรตีน 5.6 กรัม โดยความเข้มข้นของพลังงานอยู่ที่ 0.84 กิโลแคลอรีต่อกรัม และสัดส่วนของพลังงานที่ได้รับจาก คาร์โบไฮเดรต : ไขมัน : โปรตีน เท่ากับ 47 : 35 : 18

เห็นไหมว่าไม่ได้อยากเลยอาหารเสริมของลูก คุณสามารถประยุกต์ได้หมดอยากให้เขากินอะไร ก็ใส่ ช่วงนี้ยังไม่ต้องเติมเครื่องปรุง เกลือ น้ำปลา ซอสปรุงรส ยังไม่ต้องนะครับ รสชาติจากวัตถุดินของคุณมีรสธรรมชาติที่อร่อยอยู่แล้ว





เมนูอาหารเสริมสำหรับลูกน้อย 7-8 เดือน ข้าวบดตำลึงไข่แดง





สูตรอาหารเสริมสำหรับลูกน้อย 7-8 เดือน วันนี้ของเสนอเมนูข้าวบดตำลึงไข่แดง 

หลังจากที่เสนออาหารเสริม ลูกน้อยเดือนที่ 7 ไปในช่วงของ 2 อาทิตย์แรกแล้วเรามาดูครึ่งหลังที่เหลือมั่งดีกว่าครับ อย่างที่บอกไว้ก่อนหน้าคุณสามารถสร้างสรรค์เมนูได้ตามใจเลย ตอนนี้เติม โปรตีนได้เลยครับ เพื่อเพิ่มคุณค่าและสารอาหารให้กับลูกน้อย


เติมอะไรได้บ้างที่บอกว่าโปรตีน

นอกจากการเพิ่มคุณค่าทางอาหาร โดยการใส่ผักใบเขียว เหลือง หรือส้มที่อ่อนนุ่ม เคี้ยวง่าย กลิ่นไม่ฉุน 1-2 ช้อนกินข้าวแล้ว เรายังสามารถผสมกับอาหารที่มีโปรตีนเข้มข้น แต่อ่อนนุ่มบดง่ายอย่าง ไข่แดง ตับไก่ เต้าหู้อ่อน และปลา หมุนเวียนสลับกันไป นอกจากนี้คุณแม่ควรเหยาะน้ำมันพืช ประมาณครึ่งช้อนชาในอาหารที่ปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันและเพิ่มความเข้มข้นของพลังงานที่จะได้รับอีกด้วย 

วันนี้เราก็จะนำเอาเมนูอาหารเสริมพิเศษสำหรับเด็กที่ทำง่ายได้คุณค่ามานำเสนอ นั่งคือ เมนูข้าวบดไข่แดงตำลึง แค่ชื่อก็บอกแล้วว่ามีอะไรมั่ง
สูตรนี้สำหรับ 1 มื้อเท่านั้นหากจะทำหลายมื้อก็ปรับสูตรกันตามสบายนะครับ แต่ผมว่าอย่าทำหลายมื้อเลยแค่กินวันต่อวันลูกน้อยจะได้รับสานอาหารที่สดใหม่ปรุงสะอาด 
ส่วนประกอบก็มีดังนี้ (ต่อ 1 มื้อ)
       - ข้าวสวย 4 ช้อนกินข้าว
       - น้ำแกงจืด 10 ช้อนกินข้าว
       - ไข่แดงต้มสุก (บดละเอียด) ½ ฟอง
       - ตำลึงต้มสุก (บดละเอียด) 1 ½ ช้อนกินข้าว
       - น้ำมันพืช ½ ช้อนชา
       
อย่างที่บอกก่อนหน้า ไข่ขาวอย่ารีบให้ลูกกินครับโอกาสแพ้โปรตีนจากไข่ขาวมากกว่าไข่แดงเยอะมาก หากมีอาการแพ้มาจะลำบากเด็ก อาหารจานนี้ให้พลังงานทั้งหมด 106 กิโลแคลอรี และจะได้โปรตีน 3.1 กรัม โดยความเข้มข้นของพลังงานอยู่ที่ 0.8 กิโลแคลอรีต่อกรัม และสัดส่วนของพลังงานที่ได้รับจาก คาร์โบไฮเดรต : ไขมัน : โปรตีน เท่ากับ 48 : 41 : 11

ลองนำไปทำดูนะครับหาก เจ้าตัวเล็กชอบไม่ชอบยังไงก็โพสบอกผมตัวละกัน สามารถใช้ไอดีของ Gmail โพสได้เลยครับ อีกทางคือ Fanpage Facebook ก็สามารถกดไลน์และไปโพสฝากปัญหากับได้ ส่วนอาหารเสริมสำเร็จรูปไม่แนะนำแต่ว่าหากจะหาซื้อมาติดบ้านไว้ฉุกเฉินก็ไม่เป็นไร ไม่เหมือนนมที่ผมห้ามเด็ดขาด  




ตู้ทิ้งเด็ก ที่โรงพยาบาลเซนโจเซฟ ประเทศเยอรมัน





เห็นแล้วทำให้รู้สึกว่า เออมันเหมือนการส่งเสริมให้คนไม่มีความรับผิดชอบ หากมีในบ้านเราคงมีการวิจารณ์อย่างหนักแน่นอน โดยโรงพยาบาลเซนต์โจเซฟ ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน มีตู้ที่เรียกว่า ตู้อบทารก (Baby hatch หรือ Babyklappe) หรือเรียกตามลักษณะการใช้งานว่า "ตู้ทิ้งทารก" เปิด ให้บริการ ให้แม่ผู้ให้กำเนิดบุตรแต่ไม่ต้องการหรือไม่สามารถเลี้ยงลูก นำทารกมาวางทิ้งไว้ได้ จากนั้นเด็กจะถูกส่งตัวเข้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า หรือหาผู้อุปการะต่อไป

แต่จากการรายงานของเว็บไซต์เดลี่เมล เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ระบุว่า ตู้ทิ้งทารก ไม่ได้มีเฉพาะแค่ที่โรงพยาบาลเซต์โจเซฟแห่งนี้ ซึ่งถูกใช้งานจริงเฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง แต่ยังมีอยู่ที่ 99 แห่งทั่วประเทศ และนอกจากเยอรมันแล้ว ก็ยังมีตู้ลักษณะนี้ในอีกหลายประเทศทั่วยุโรป ไม่ว่าจะเป็นโปแลนด์ สาธารณรัฐเชก ฮังการี อิตาลี เบลเยียม เนเธอแลนด์ สวิทเซอร์แลนด์ วาติกัน แคนาดา รวมถึงบางประเทศในเอเชีย อย่างเช่น มาเลเซีย ญี่ปุ่น รวมถึงที่กำลังจะเปิดให้บริการที่เมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีนด้วย

การทำงานของตู้นี้คือ เมื่อแม่เปิดประตูเพื่อนำทารกมาวางในตู้ ซึ่งมีแผ่นนวมที่ให้ความอบอุ่นรองอยู่ สัญญาณที่ด้านในโรงพยาบาลก็จะดังขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถไปถึงตัวเด็กได้อย่างทันท่วงทีที่ถูกนำมาวางทิ้งไว้ ส่วนผู้เป็นแม่จึงสามารถละทิ้งลูกของตนไปได้โดยไม่ต้องเปิดเผยแม้แต่หน้าตา หรือชื่อเลยแม้แต่น้อย โดยเด็กทารกจะถูกรับตัวไปเลี้ยงดูแลโดยหน่วยงาน สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า หรือเข้าสู่กระบวนการรอรับการอุปถัมภ์ต่อไป แม้จะเป็นการโหดร้ายสำหรับเด็กที่จะเติบโตขึ้นมาโดยไม่มีทางได้รู้จักพ่อแม่ที่แท้จริงของตนเลย แต่สำหรับโรงพยาบาลที่เยอรมันแห่งนี้ ผู้ที่นำมาทิ้งจะมีโอกาสกลับไปคิดทบทวนใหม่ และสามารถกลับมารับตัวทารกกลับไปได้โดยไม่มีการติดตามเอาความผิดแต่อย่างใดภายในระยะเวลา 8 สัปดาห์ หรือ 2 เดือน

แน่นอนอยู่แล้วว่าการให้บริการ ตู้ทิ้งทารก เช่นนี้ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก และล่าสุดก็ถูกต่อต้านจากยูเอ็น หรือ องค์การสหประชาชาติด้วย เพราะเห็นว่าจะเป็นการส่งเสริมพ่อแม่ที่ไร้ความรับผิดชอบให้มีพฤติกรรมการ ทอดทิ้งลูกในไส้ตัวเองกันมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดีในอีกด้านหนึ่ง หากไม่มีบริการตู้ทิ้งเด็กแบบนี้ ทารกก็จะถูกทอดทิ้งไว้ตามพงหญ้า หรือสถานที่รกทึบ ยากต่อการเข้าถึงหรือพบเห็น ทำให้กว่าจะมีคนพบทารกก็เสียชีวิตไปแล้ว กลายเป็นปัญหาน่าสลดขึ้นมาอีกรูปแบบหนึ่ง เมื่อคิดไปก็ดีว่าว่าไหม

ถึงแม้ว่าแต่ตอนนี้ยังไม่อาจหาข้อสรุปหรือทางออกที่ดีได้ว่าควรจัดการกับปัญหา พ่อแม่ที่มีลูกเมื่อไม่พร้อมและการทอดทิ้งเด็กได้อย่างไร และไม่รู้จะเป็นเรื่องที่น่าเสียใจหรือดีใจ ถ้าหากว่าบ้านเราซึ่งมีข่าวเด็กทารกถูกทิ้งให้เห็นได้บ่อย ๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์ ก็จะมี "ตู้ทิ้งทารก" ขึ้นมาให้บริการบ้าง อย่างน้อยในเมื่อเราห้ามไม่ได้ เราก็ต้องปกกันแทน แล้วค่อยๆคิดวิธีให้ลดจำนวนการท้องไม่พร้อมลงไปเรื่อยๆ ดีกว่าไปพยายามหาต้นเหตุ ห้ามต้นเหตุโดยที่ไม่แก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ทิ้งในตู้แบบนี้ก็ดีกว่าทิ้งตามถังขยะ หรือ ที่ๆไม่มีคน แล้วปล่อยให้เด็กน้อยตายอย่างเลือดเย็นว่าไหมละครับ




Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More

 
Copyright © 2013 เว็บเพื่อสุขภาพเด็ก แม่ตั้งครรภ์ อาหารเด็ก คุณแม่มือใหม่ | Design from ineedhealthy